โซลชาไม่ซึมซับจากป๋า !ชำแหละจัดหนักหลังเกมแมนยูแค่เจ๊าเวสต์บรอมวิช
แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ เวสต์บรอมวิช 1-1 แม้จะรักษาสถิติไม่แพ้นอกบ้านในฤดูกาลนี้ต่อไป แต่โอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกก็ริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ เพราะตอนนี้ตามหลังจ่าฝูงอย่าง แมนฯ ซิตี้ 7 แต้ม แถมแข่งมากกว่า 1 นัด

1. ทีมปีศาจแดงขาดผู้เล่นสำคัญแค่คนเดียวคือ ปอล ป๊อกบา ว่าแล้วผู้เป็นกุนซือก็จัด 11 ตัวจริงแบบเต็มอัตราศึกในระบบ 4-2-3-1 เหมือนเดิม
ลุค ชอว์, สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และเอดิสัน คาวานี่ กลับมาลงเป็นตัวจริง แต่สิ่งที่ขัดใจเด็กผี คือการให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงเป็นหน้าซ้ายทำให้ต้องโยก มาร์คัส แรชฟอร์ด ไปทางขวา โดยถอด เมสัน กรีนวูด เป็นตัวสำรอง
ADVERTISEMENT

2. เทียบกับคู่แข่งเหนือกว่าทุกตำแหน่ง ปัญหาคือดันพลาดท่าเสียประตูในช่วงที่ไม่ควรเสียอีกแล้ว เพียงแค่นาทีเศษๆ เท่านั้นเองจึงเหมือนต่อให้ เวสต์บรอมฯ ตั้งแต่แรก
จังหวะนั้น วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ต้องรับผิดชอบแบบเต็มๆ เพราะตัวเองเป็นคนประกบผู้ทำประตูอยู่แท้ๆ แถมมองเห็นบอลที่ลอยมาหาชัดเจน ทว่ากลับปล่อยให้คู่แข่งชิงจังหวะเสือดหัวเข้าไปโขกตุงตาข่ายซะอย่างนั้น
ADVERTISEMENT
เป็นอีกครั้งและอีกครั้งและอีกครั้งและอีกครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูง่ายๆ แบบไม่น่าเสียเหมือนเกมที่แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด และเกมที่เสมอ เอฟเวอร์ตัน - มันมาจากความบกพร่องของเกมรับ

3. ทีนี้มาดูเกมรุกบ้าง
ขอบอกว่าน่าผิดหวังอย่างแรง เพราะครึ่งชั่วโมงแรกมีโอกาสทำประตูแค่ครั้งเดียว
อันดับแรกคือพวกเขาเคลื่อนที่กันไม่มากพอ ประหนึ่งยืนเป็นเป้านิ่งให้คู่แข่งประกบ เมื่อถูกเพรสซิ่งเข้าใส่ทำให้เซ็ตบอลกันไม่ถนัด เมื่อคู่แข่งถอยกันลงไปตั้งด่านสกัดและปิดพื้นที่หน้าประตูก็พยายามต่อบอลและทำชิ่งกันมากจังหวะเกินไปจนน่ารำคาญ
ที่สำคัญคือเมื่อมีจังหวะเปิดเข้าไปในเขตโทษก็ไม่ค่อยจะยอมเปิด เพราะกลัวเสียบอลมากเกินไปโดยใช่เหตุ

4. อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรในเกมรุกเลยนะครับ มิหนำยังไม่แสดงความทุ่มเทออกมาอีกต่างหาก เรียกว่าเสียโควต้าไปฟรีๆ หนึ่งคน ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เล่นมากจังหวะเกินไปจนกลายเป็นการชะลอเกมรุกของตัวเองให้ช้าลงดื้อๆ จนติดเป็นนิสัยไปแล้ว จังหวะยิงได้ไม่ยิง จังหวะเปิดได้ไม่เปิด กูต้องขอล็อคก่อนอย่างน้อย 1 จังหวะ
ต่อเมื่อมัวแต่เคาะบอลไปเคาะบอลมาแทนที่จะเปิดบอลเข้าไปลุ้นในเขตโทษ หัวหอกตัวเป้าอย่าง 'เอล มาทาดอร์' ก็ไม่ต่างอะไรจากเสาไฟฟ้าที่ปักเอาไว้เฉยๆ ตลอดทั้งเกมไม่มีจังหวะทำประตูสักครั้ง
5. ข้อนี้ขออนุญาตวิจารณ์ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นกรณีพิเศษหน่อยเถอะ ขอความกรุณาสมาชิกชมรมคนรักคุณน้าลูกอม อย่าไล่ให้ผมไปคุมทีมเองเลยนะครับ
หมดครึ่งแรกมึงควรจะเห็นแล้วว่า 'หมักเซียว' ไม่มีห่าอะไรเลย น่าจะกล้าๆ ถอดออกแล้วให้ 'ไอ้ไม้' ลงมาแทนได้ทันที เพราะสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนออกอยู่ดี
การถอดตัวรับอย่าง เฟร็ด ออกแล้วส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาเสริมเกมรุกเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควร เพราะยังยิงประตูไม่ได้ มันก็จำเป็นต้องเสี่ยงบ้าง
แต่กลับไม่กล้าเสี่ยงแบบสุดซอย ด้วยไม่ยอมใช้โควต้าตัวสำรองคนสุดท้ายให้เป็นประโยชน์
ในเมื่อยังยิงประตูเพิ่มไม่ได้ และในเมื่อต้องการชัยชนะเพียงสถานเดียว ขณะที่ตัวเองบุกอยู่ข้างเดียว โดยเวลามันเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ
.jpg)
ผมขอยกตัวอย่างจากบรมกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็แล้วกัน
คือถ้าตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ป๋าแกจะกล้าเสี่ยงถอดฟูลแบ็ค หรือไม่ก็เซ็นเตอร์แบ็คออกไปเลย เพื่อส่งผู้เล่นตัวรุกลงมาเพิ่มแบบตายเป็นตาย - นี่คือสิ่งที่เด็กผียุคอนาล็อกเคยเห็นอยู่บ่อยๆ
ปีกที่มีความเร็วอย่าง ดาเนี่ยล เจมส์ จึงอาจถูกส่งลงมาแทนแบ็คขวาอย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า แล้วขยับ เมสัน กรีนวูด เข้าไปเป็นกองหน้าอีกหนึ่งคน
ชั่วโมงนั้นมันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว เพราะหากยังอยากจะอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ แค่แต้มเดียวมันไม่พอ
ขึ้นชื่อว่าเสี่ยงแล้ว มันก็มีโอกาสที่จะเป็นทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ หรืออาจไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงและจบลงด้วยการเสมอเหมือนเดิมนั่นแหละ เพียงแต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะเอาชนะให้ได้แบบสุดใจขาดดื้น ไม่ใช่ทิ้งโควต้าตัวสำรองคนสุดท้ายไปแบบนั้น
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็เคยเป็นลูกทีมของ 'เฟอร์กี้' หลายปีอยู่นะครับ
น่าเสียดายที่ไม่ซึมซับความบ้าบิ่นมาจากคุณป๋าเลย...ยัวร์ แด๊ด เด๊ด !!!

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น